รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3/2563 (ฉบับย่อ)
ในไตรมาส 3/2563 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,461.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 174.25 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.54 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยที่รายได้ส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 70.49) มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและรายได้จากการขายของบริษัทในเครือในต่างประเทศ (พม่า , อังกฤษ และออสเตรเลีย) โดยในไตรมาส 3/2563 บริษัทมีกำไร (ขาดทุน) สุทธิ 72.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก (ขาดทุน) สุทธิ (22.66) ล้านบาท ณ ไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนกำไร(ขาดทุน) ต่อรายได้ร้อยละ 4.95 ดีขึ้นจากร้อยละ (1.74) เนื่องจากปัจจัยหลัก ๆ หลายประการ ประกอบด้วย
- บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงขยะจากลูกค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ประกอบกับด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้มีปริมาณการซื้อที่สูงขึ้นจึงส่งผลให้ลูกค้าในต่างประเทศเพิ่มคำสั่งซื้อมากขึ้น
- บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงใช้ซ้ำ (Reusable bags) จากลูกค้าต่างประเทศ และได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากลูกค้าในประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายทรานฟอร์เมชั่นธุรกิจของบริษัท เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกของโลก
- บริษัทได้รับผลกระทบต่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) ที่บริษัทเข้าทำเพื่อบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน กล่าวคือ ทำให้บริษัทได้รับผลขาดทุนจากการ Mark to Market สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว ตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9
- ด้วยการบริหารต้นทุนการผลิตของ Consumables อย่างใกล้ชิด ประกอบกับราคาวัตถุดิบลดลง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตของ Consumables ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- แนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงขยะ, ถุงใช้ซ้ำ และถุงเปิดปาก มีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)