รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2563 (ฉบับย่อ)
ในไตรมาส 2/2563 บริษัท มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,424.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.16 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.65 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยที่รายได้ส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 67.57) มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและรายได้จากการขายของบริษัทในเครือในต่างประเทศ (พม่า,อังกฤษ และออสเตรเลีย) โดยในไตรมาสนี้ บริษัทมีกำไร (ขาดทุน) สุทธิ 78.91 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากกำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.38 ล้านบาท ณ ไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราส่วนกำไร (ขาดทุน) ต่อรายได้ร้อยละ 5.54 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.03 เนื่องจากปัจจัยหลัก ๆ หลายประการ ประกอบด้วย
-
บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงขยะจากลูกค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ประกอบกับด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ส่งผลให้มีปริมาณการซื้อที่สูงขึ้น จึงส่งผลให้ลูกค้าในต่างประเทศเพิ่มคำสั่งซื้อมากขึ้น
-
บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงใช้ซ้ำ (Reusable bags) จากลูกค้าต่างประเทศ และได้รับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากลูกค้าในประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายทรานฟอร์เมชั่นธุรกิจของบริษัท เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามทิศทางของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกของโลก
-
เงินบาทแข็งค่าขึ้นในไตรมาส 2 ทำให้บริษัทได้รับกำไรจากการ Mark to Market ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) ที่บริษัทได้เข้าทำก่อนหน้านี้ตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9
-
ค่าเงินจ๊าดค่อนข้างคงที่ ทำให้ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดลดลง
-
ด้วยการบริหารต้นทุนการผลิตของ Consumables อย่างใกล้ชิด ประกอบกับราคาวัตถุดิบลดลง จึงทำให้ต้นทุนการผลิตของ Consumables ลดลงอย่างต่อเนื่อง
-
แนวโน้มการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น ถุงขยะ, ถุงใช้ซ้ำ และถุงเปิดปาก มีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)