Skip to main content

การจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Climate Action)

  

 e sdg icons 06  e sdg icons 07  e sdg icons 09 e sdg icons 12  e sdg icons 13 

นโยบายการจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญกับการจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจกเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสนับสนุน ส่งเสริมการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำบริษัทเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลยุทธ์การดำเนินงาน

1.  ลดการปล่อยมลพิษจากกระบวนการผลิต
2. เพิ่มรายได้จากบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
     -  บรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำ: เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
     -  บรรจุภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เพื่อการเติบโตทางธุรกิจ
3.  ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน
4.  การจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ
5.  การพัฒนาความร่วมมือกับสังคม

โครงสร้างกำกับดูแลการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กรรมการและผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) และมาตรฐานสากล ดังนี้

การ​ทบทวน​นโยบาย​และ​เป้าหมาย บริษัท​ได้​ทบทวน​นโยบาย​การ​จัดการ​สิ่งแวดล้อม​และ​เป้าหมาย​การ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก พร้อม​ทั้ง​ปรับ​เป้าหมาย Net Zero เป็น​ปี 2593 (ค.ศ. 2050) และ​จัด​ทำ​กลยุทธ์​ใน​การ​ดำเนิน​งาน​ให้​สอดคล้อง​กับ​เป้าหมาย​ใหม่

การ​พัฒนา​กระบวนการ​ผลิต​และ​น​วัต​กรรม บริษัท​ได้​นำ​เทคโนโลยี​ปัญญา​ประดิษฐ์ (AI) ผ่าน​ระบบ SIGMA AIR MANAGER (SAM 4.0) มา​ใช้​ใน​การ​บริหาร​จัดการ​ระบบ​อัด​อากาศ ช่วย​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน​และ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก นอกจาก​นี้ ยัง​มี​การ​เปลี่ยน​หมึก​พิมพ์​จาก Chemical base เป็น Water base เพื่อ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม 

การ​ใช้​พลังงาน​ทดแทน บริษัท​ผลิต​ไฟฟ้า​จาก​โซลา​ร์รู​ฟท็อป​ได้​ทั้งสิ้น 3,563,895 กิโล​วัตต์-ชั่วโมง คิด​เป็น​ร้อย​ละ 9.8 ของ​การ​ใช้​ไฟฟ้า​ทั้งหมด โดย​มี​การ​ดูแล​รักษา​แผง​โซลา​ร์เซ​ลอย่าง​สม่ำเสมอ​เพื่อ​รักษา​ประสิทธิภาพ​การ​ผลิต

 การ​ปรับปรุง​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน บริษัท​มี​การ​ปรับปรุง​และ​ดูแล​รักษา​เครื่องจักร​อย่าง​สม่ำเสมอ ติดตาม​การ​ใช้​ไฟฟ้า​อย่าง​ใกล้​ชิด และ​รณรงค์​ส่งเสริม​การ​ประหยัด​พลังงาน​ใน​ทุก​หน่วย​งาน

 โครงการ​เปลี่ยน​พฤติกรรม​และ​กิจกรรม​ที่​เป็น​มิตร​กับ​สิ่งแวดล้อม บริษัท​ได้​จัด​ทำ​โครงการ​ที่​มุ่ง​เน้น​การ​เปลี่ยน​พฤติกรรม​ใน​สำนัก​งาน​เพื่อ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน รวม​ถึง​การ​ลด​ปริมาณ​ขยะ​โดย​การ​ลด​การ​ใช้ การ​ใช้​ซ้ำ การนำ​กลับ​มา​ใช้​ใหม่ การ​ลด​และ​เลิก​ใช้​สาร​เคมี​อันตราย และ​ส่งเสริม​การ​จัด​ซื้อ​จัดจ้า​ง​สินค้า​และ​บริการ​ที่​เป็น​มิตร​กับ​สิ่งแวดล้อม (Green Procurement)

 การ​จัด​ทำ​คาร์บอน​ฟุต​พ​ริ้น​ท์ผลิตภัณฑ์ บริษัท​ได้​ดำเนิน​การ​จัด​ทำ​คาร์บอน​ฟุต​พ​ริ้น​ท์ของ​ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จำนวน 15 รายการ เพื่อ​ประเมิน​และ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ด้าน​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ตลอด​วงจร​ชีวิต​ผลิตภัณฑ์

 

การรับรองและการทวนสอบ

บริษัท​ได้​จัด​ทำ​ข้อมูล​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ตาม​มาตรฐาน​สากล โดย​ข้อมูล​ปี 2021-2024 ได้​รับ​การ​ทวน​สอบ​โดย SGS (Thailand) Limited ซึ่ง​เป็น​ผู้​ทวน​สอบ​ที่​ขึ้น​ทะเบียน​กับ​องค์การ​บริหาร​จัดการ​ก๊าซ​เรือน​กระจก (TGO) สำหรับ​ข้อมูล​ปี 2025 บริษัท​อยู่​ระหว่าง​การ​จัด​ทำ​ตาม​มาตรฐาน ISO 14064-1 ซึ่ง​คาด​ว่า​จะ​แล้ว​เสร็จ​ใน​กลาง​ปี 2026 การ​จัด​ทำ​ตาม​มาตรฐาน ISO 14064-1 จะ​ช่วย​ยก​ระดับ​การ​จัดการ​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ของ​บริษัท​ให้​มีค​วาม​น่า​เชื่อถือ​และ​โปร่งใส​มาก​ยิ่ง​ขึ้น สอดคล้อง​กับ​มาตรฐาน​สากล

ตัวชี้วัด (KPI)

เป้าหมาย 2568

ผลดำเนินงาน 2568

ก๊าซเรือนกระจก Scope 1+2 (tCO2e)

≤ 16,489 (ลด 30%)

17,522 (ลด 26%)

ไฟฟ้ารวม (kWh)

ลดลง YoY

36,491,183 (ลด 11.8%)

Solar Rooftop (kWh / %)

≥ 9%

3,563,895 / 9.8%

Energy Intensity ระยอง (kWh/ตัน)

ลด 5%

589.72 (ลด 16.7%)

Carbon Footprint Product (CFP)

≥ 15 รายการ

15 รายการ

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท

ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า, tCO2e

2566*

2567**

2568***

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม

153,290.00

135,050.00

124,681.00

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 1

319.00

461.00

1,061.00

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 2

16,030.00

18,760.00

16,461.00

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 3

136,941.00

115,829.00

107,159.00

*ข้อมูล2566 ได้รับการรับรองจาก อบก. แล้ว

**ข้อมูล 2567 มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจาก ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการรับรองจาก อบก. แต่ตัวเลขในปัจจุบันผ่านการรับรองแล้ว  

***ข้อมูล 2568 อยู่ระหว่างรับรอง ISO 14064-1

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วย

 

2566

2567

2568

อัตราส่วนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมต่อรายได้รวม (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/รายได้พันบาท)(*)

0.029

0.023

0.025

อัตราส่วนปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมต่อจำนวนพนักงานรวม (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/คน)

125.65

103.21

107.76

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วย (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า/ตันผลิตภัณฑ์)

0.37

0.36

0.56

             

คำอธิบายเพิ่มเติม :    (*) รายได้รวมและค่าใช้จ่ายรวมจากงบการเงินรวม

 

 

การเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจและจุดยืนด้านสภาพภูมิอากาศ

บริษัทเป็นสมาชิกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทย โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ผ่านสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (FTI-CCI) ซึ่งส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของสมาชิก สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการเตรียมความพร้อมเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศตามมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ผ่านหลักสูตรอบรม ส่วนสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกไทยร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลาสติก เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ จุดยืนดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ของบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับประเทศและความตกลงปารีส นอกจากนี้ บริษัทยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการจัดงาน A-PLAS 2024 ภายใต้แนวคิด "Integrating Plastic Value Chain for Eco-Future" เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่โลกคาร์บอนสมดุล

 

จุดยืนต่อนโยบายสาธารณะด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทสนับสนุนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีส ได้แก่ การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) และยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS) ซึ่งกำหนดเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2608 โดยบริษัทสนับสนุนนโยบายดังกล่าวผ่านการดำเนินงานแบบสมัครใจ ดังนี้

  • กำหนดเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายระดับประเทศในปี 2608
  • ร่วมสนับสนุน "ปฏิญญารัฐสภาสีเขียว: มุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2575" และแผนแม่บทรัฐสภาสีเขียว พ.ศ. 2568–2575 ของรัฐสภาไทย เมื่อเดือนกันยายน 2567 โดยมีประธานกรรมการบริหารเป็นผู้แทนบริษัท และนำเสนอโครงการด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะพลาสติกของบริษัท รวมถึงโครงการวน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของรัฐสภา
  • เข้าร่วมโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร (CFO) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยสมัครใจ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปี 2564–2567 ได้รับการทวนสอบโดยผู้ทวนสอบที่ขึ้นทะเบียนกับ อบก. และได้รับการรับรองจาก อบก.
  • ประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ และยื่นขอฉลากลดคาร์บอน (CFR) ของ อบก. โดยสมัครใจ
  • เข้าร่วมเครือข่ายภาคีความร่วมมือเพื่อสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (TCNN-CALO) ของ อบก.
  • เข้าร่วมโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวของกระทรวงอุตสาหกรรม และได้รับการรับรองระดับที่ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว)
  • สนับสนุนข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการเก็บขยะฉบับปรับปรุงของกรุงเทพมหานคร ("คัดแยกมาก จ่ายน้อย") ในฐานะภาคีโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ปี 2569 ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลพลาสติกของโครงการวน

กระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คณะทำงานบริหารความเสี่ยง ความยั่งยืน และบรรษัทภิบาล ระบุและประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อพิจารณาทบทวน โดยจำแนกความเสี่ยงออกเป็นความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (เช่น กฎระเบียบด้านก๊าซเรือนกระจก การกำหนดราคาคาร์บอน และข้อกำหนดของลูกค้า รวมถึงมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM)) และความเสี่ยงทางกายภาพ (เช่น ความตึงเครียดด้านน้ำ ภัยแล้ง และน้ำท่วม ซึ่งประเมินโดยใช้เครื่องมือ WRI Aqueduct Water Risk Atlas) ความเสี่ยงแต่ละรายการได้รับการประเมินตามโอกาสเกิดและผลกระทบต่อการดำเนินงาน ต้นทุน และรายได้ ความเสี่ยงที่มีระดับนัยสำคัญจะถูกบรรจุในทะเบียนความเสี่ยงขององค์กร พร้อมกำหนดมาตรการจัดการ ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดติดตามผล และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัท

การบูรณาการความเสี่ยงและโอกาสด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ

  1. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
    กฎระเบียบด้านคาร์บอนและข้อกำหนดของลูกค้าในการลดคาร์บอน: กฎระเบียบด้านก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้นในประเทศคู่ค้า เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) และความต้องการบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำของลูกค้า อาจเพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกระทบความสามารถในการแข่งขันในตลาดส่งออก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ กลยุทธ์: บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน (ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปร้อยละ 9.8 ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2568) การบริหารระบบอากาศอัดด้วย AI (SIGMA AIR MANAGER 4.0) และการเปลี่ยนมาใช้หมึกพิมพ์สูตรน้ำ รวมทั้งประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) จำนวน 15 ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลคาร์บอนที่ผ่านการรับรองแก่ลูกค้า และยื่นขอฉลากลดคาร์บอน (CFR)
  2. โอกาสทางการตลาด
    ความต้องการบรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำที่เพิ่มขึ้น: ความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่บรรจุภัณฑ์คาร์บอนต่ำและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ กลยุทธ์: บริษัทมุ่งวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิลและพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ Bio-Based Polyethylene (Bio-PE) ที่ผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียนจากอ้อย ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์และเม็ดพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภค (PCR) ที่มีสัดส่วนวัตถุดิบรีไซเคิลร้อยละ 30–100 และได้รับการรับรองมาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS) และการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (D4R) ผ่านการลดความหนาของบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์วัสดุชนิดเดียว ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สีเขียวมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 20 ของยอดขาย และตั้งเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 30 ของพอร์ตผลิตภัณฑ์
  3. ความเสี่ยงทางกายภาพ
    ความตึงเครียดด้านน้ำ ภัยแล้ง และน้ำท่วม: โรงงานทั้ง 2 แห่งของบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความตึงเครียดด้านน้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดหาน้ำและความต่อเนื่องทางธุรกิจ กลยุทธ์: บริษัทติดตามปริมาณการใช้น้ำต่อตันผลผลิตเทียบกับเป้าหมายประจำปี ดำเนินมาตรการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจสำหรับการดำเนินงานที่สำคัญ