
ถุงพลาสติกขยะชิ้นเล็กแต่เป็น "โจทย์ใหญ่" ในการรีไซเคิล
ถุงพลาสติกอยู่กับเราแทบทุกวันตั้งแต่ถุงหูหิ้วหรือถุงช้อปปิ้ง ไปจนถึงซองพัสดุจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ หลายคนอาจคิดว่า “แยกทิ้งแล้วก็จบ” แต่ในความเป็นจริง ถุงและฟิล์มพลาสติกเป็นกลุ่มวัสดุที่หลุดออกจากระบบรีไซเคิลได้ง่ายที่สุดกลุ่มหนึ่ง เพราะติดเงื่อนไขทั้งเรื่อง ความสะอาด การรวบรวม และความคุ้มค่าเชิงต้นทุนของการรับซื้อ
ในปี 2567 ประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกสูงถึง 2.88 ล้านตัน และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 25% เท่านั้น และในจำนวนขยะพลาสติกทั้งหมดนั้น ถุงพลาสติกคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% ขณะที่อัตราการรีไซเคิลถุงและฟิล์มพลาสติกกลับต่ำที่สุดในบรรดาบรรจุภัณฑ์ทุกประเภท ห่างไกลจากขวด PET หรือกล่องกระดาษที่มีระบบรับซื้อและรีไซเคิลที่ชัดเจนกว่ามาก ตัวเลขนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะถุงพลาสติกรีไซเคิลไม่ได้ แต่เกิดขึ้นเพราะมีอุปสรรคหลายชั้นที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ปัญหาเริ่มต้นที่การแยก ไม่ใช่แค่การทิ้ง
หลายคนเข้าใจว่าการแยกพลาสติกออกจากขยะประเภทอื่นก็เพียงพอแล้ว แต่ความเป็นจริงในโรงงานรีไซเคิลคือ พลาสติกที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรก ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร น้ำมัน หรือของเหลว จะมีโอกาสถูกปฏิเสธหรือคัดทิ้งทันที เพราะต้นทุนในการล้างทำความสะอาดในปริมาณมากทำให้ไม่คุ้มค่าในเชิงธุรกิจ ผลคือถุงพลาสติกที่หลายคนตั้งใจแยกไว้อย่างดีก็ยังคงกลายเป็นขยะที่ฝังกลบอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น ถุงและฟิล์มพลาสติกยังมีปัญหาเฉพาะตัวที่ทำให้ระบบรีไซเคิลหลีกเลี่ยงมันมาโดยตลอด นั่นคือน้ำหนักที่เบามาก เก็บรวบรวมมาเท่าไหร่ก็แทบไม่ได้น้ำหนัก ต่างจากขวดพลาสติกหรือโลหะที่ยิ่งเก็บมากยิ่งได้มูลค่า ซาเล้งหรือผู้รับซื้อของเก่าจึงไม่นิยมรับถุงพลาสติก เพราะแรงงานและเวลาที่ใช้ไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้กลับมา ถุงพลาสติกจึงหลุดออกจากระบบรีไซเคิลตั้งแต่ต้นทาง

เมื่อ E-Commerce โตเร็ว ขยะพลาสติกก็ตามมา
การขายของออนไลน์ของไทยเติบโตก้าวกระโดด ตลาดอีคอมเมิร์ซขยายตัว 14% ในปี 2567 โดยมีมูลค่าแตะระดับ 1.1 ล้านล้านบาท การเติบโตนี้มาพร้อมกับสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ นั่นคือ "ซองไปรษณีย์พลาสติก" ที่กลายเป็นขยะมหาศาลจากทุกออเดอร์ที่ถูกส่งมาถึงบ้าน
ซองไปรษณีย์พลาสติกแม้จะทำจากฟิล์มพลาสติกที่รีไซเคิลได้ในหลักการ แต่ปัญหาคือมักถูกปิดทับด้วยสติกเกอร์กระดาษที่มีกาวแน่นหนา ซึ่งแกะออกยากและส่วนใหญ่ถูกส่งมารีไซเคิลในสภาพที่ยังติดอยู่ กระดาษและกาวที่ปะปนมาในกระบวนการรีไซเคิลพลาสติกจะทำให้คุณภาพของเม็ดพลาสติกที่ผลิตได้ต่ำลง จนนำไปใช้งานได้อย่างจำกัด ผลลัพธ์คือซองที่หลายคนตั้งใจแยกไว้รีไซเคิล กลายเป็นวัสดุปนเปื้อนในสายตาของโรงงาน และต้องถูกคัดทิ้งในที่สุด

TPBI ตระหนักว่าปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการรอให้คนรีไซเคิลถูกต้องขึ้นเองโดยไม่มีระบบรองรับ จึงได้มี "โครงการวน" ที่นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสร้างเส้นทางเฉพาะสำหรับฟิล์มพลาสติกโดยตรง โดยตั้งจุดรับบริจาคถุงและบรรจุภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกสะอาดกว่า 400 จุดทั่วประเทศอีกทั้งโครงการฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายกลุ่ม ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า สถาบันการศึกษา องค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อสื่อสารและขยายจุดรับพลาสติกฟิล์มสะอาดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อแยกเส้นทางของพลาสติกฟิล์มออกจากระบบขยะทั่วไป ก่อนนำกลับเข้ากระบวนการผลิตเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกใหม่
เงื่อนไขสำคัญที่โครงการวนเน้นย้ำเสมอคือ พลาสติกต้องสะอาดและแห้ง ล้างคราบอาหารหรือของเหลวออก และต้องไม่มีฉลากกระดาษหรือกาวติดอยู่ เพราะนี่คือเงื่อนไขพื้นฐานที่จะทำให้พลาสติกชิ้นนั้นวนกลับมาเป็นประโยชน์ได้จริง
ถุงพลาสติกอาจดูเหมือนขยะชิ้นเล็กที่ไม่มีนัยสำคัญ แต่เมื่อคนไทยใช้ ถุงพลาสติกเฉลี่ยคนละ 3,000 ใบต่อปี หรือรวมกว่า 200,000 ล้านใบต่อปีทั่วประเทศ ขยะชิ้นเล็กนี้จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องการความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกคน การล้างให้สะอาด แกะฉลากออก และส่งมาที่จุดรับที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นก้าวเล็กๆ ที่มีผลต่อการลดขยะพลาสติกในระยะยาวอย่างแท้จริง สำหรับใครที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นการนำพลาสติกฟิล์มมาส่ง หรืออยากเป็นพันธมิตรจุดรับในพื้นที่ของคุณ สามารถติดต่อได้ที่โครงการวน: TPBI PUBLIC COMPANY LIMITED. - WON Project
อ้างอิง:
- SET Sustainable Capital Market Development
- สำนักงานนโยบายและแผนกทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ไทยทีพีเอส
- หอสมุดรัฐสภา
- The Cloud Magazine