Skip to main content

รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2564 (ฉบับย่อ)

ในไตรมาส 2/2564 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,329.84 ล้านบาท ลดลง 63.72 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 4.57 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยที่รายได้ส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 59.63) มาจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและรายได้จากการขายของบริษัทในเครือในต่างประเทศ (พม่า , อังกฤษและออสเตรเลีย) ในไตรมาสนี้บริษัทมีกำไร(ขาดทุน) สุทธิ (6.32) ล้านบาท โดยลดลงจากกำไร (ขาดทุน) สุทธิ 78.91 ล้านบาท ณ ไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีอัตราส่วนกำไร(ขาดทุน) ต่อรายได้ร้อยละ (0.47) ลดลงจากร้อยละ 5.54 เนื่องจากปัจจัยหลัก ๆ หลายประการ ประกอบด้วย

  • ถึงแม้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อถุงใช้ซ้ำ (Reusable bags) และถุงใส่ผักผลไม้ (Fruit and vegetable bags) จากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ด้วยสถานการณ์ขาดแคลนตู้และเรือสำหรับการขนส่งสินค้าที่ผลิตแล้วเสร็จไปยังลูกค้าต่างประเทศซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท จึงทำให้รายได้ของบริษัทได้รับผลกระทบทางลบจากการส่งสินค้าล่าช้า
  • ค่าเงินบาทผันผวน กล่าวคือ ช่วงต้นไตรมาสมีการคงที่ และกลับมาอ่อนค่าในช่วงปลายไตรมาสถึงแม้การอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นผลดีต่อการส่งออกสินค้าของบริษัท อย่างไรก็ดีการที่เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Forward Contract) ที่บริษัทเข้าทำเพื่อบริหารความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน กล่าวคือทำให้บริษัทได้รับผลขาดทุนจากการ Mark to Market สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าวตามมาตรฐานบัญชี IFRS 9
  • สถานการณ์รัฐประหารและสถานการณ์โควิดในประเทศเมียนมาร์ กระทบต่อการขนส่งวัตถุดิบ และ อุปสงค์ในประเทศพม่า
  • การสั่งซื้อวัตถุดิบซึ่งมีราคาสูงในไตรมาส 1 ของปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของ Consumables ใน ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น